บทความด้านความปลอดภัย

เจาะลึกกฎหมายใหม่ “ป้ายแสดงสิทธิและหน้าที่นายจ้าง-ลูกจ้าง” ฉบับใหม่ปี 2569: บังคับใช้แล้ว

ในการบริหารจัดการสถานประกอบกิจการ โรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งสำนักงานทั่วไป สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.วิชาชีพ) จะละเลยไม่ได้เลยคือ “กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน”

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี พ.ศ. 2569 นี้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้มีการออกประกาศฉบับใหม่ล่าสุด นั่นคือ “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ข้อความแสดงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง สัญลักษณ์เตือนอันตราย และเครื่องหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2569” ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป โดยมายกเลิกและทดแทนประกาศฉบับเดิมปี พ.ศ. 2554 ทั้งหมด

บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงความสำคัญ ความจำเป็น และเหตุผลทางกฎหมายที่ว่า ทำไมองค์กรของคุณจึงต้องรีบปรับปรุง “ป้ายแสดงสิทธิและหน้าที่ฯ” รวมถึง “ป้ายสัญลักษณ์เตือนอันตราย” ให้ถูกต้องตามมาตรฐานใหม่ พร้อมคำแนะนำในการเลือกซื้อป้ายเซฟตี้ให้คุ้มค่าและถูกหลักกฎหมาย 100%

1. ทำความรู้จักกฎหมายป้ายแสดงสิทธิและหน้าที่ฯ ฉบับใหม่ พ.ศ. 2569 คืออะไร?

เดิมทีตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 17 ได้กำหนดให้นายจ้างต้องติดประกาศสัญลักษณ์เตือนอันตรายและเครื่องหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย และจัดทำข้อความแสดงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการทำงานในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการที่ประเทศไทยมุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 155 จึงได้มีการปรับปรุงเนื้อหาในกฎหมายให้มีความเข้มข้นและชัดเจนยิ่งขึ้น โดยจุดเปลี่ยนสำคัญที่ถูกเพิ่มเข้ามาในป้ายประกาศฉบับใหม่ปี 2569 มีดังนี้:

  • สิทธิในการลี้ภัยอันตราย (Right to Move): ลูกจ้างมีสิทธิย้ายตนเองออกจากพื้นที่ทำงานทันทีหากพบเห็นอันตรายร้ายแรงที่เสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพ โดยนายจ้างต้องไม่เอาผิดหรือลงโทษ

  • หน้าที่ในการแก้ไขทันทีของนายจ้าง: เมื่อนายจ้างได้รับแจ้งเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย จะต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องนั้น “ทันที”

  • การรองรับมาตรฐานสากล: ป้ายสัญลักษณ์เตือนอันตรายและเครื่องหมายความปลอดภัยต่างๆ จะต้องได้มาตรฐานและอ้างอิงรหัสสากลที่เป็นยอมรับ เช่น ISO, EN, ANSI, หรือ OSHA

2. ทำไม “ป้ายแสดงสิทธิและหน้าที่ฯ” และ “ป้ายเซฟตี้” ถึงมีความจำเป็นเร่งด่วน?

หลายองค์กรอาจมองว่าป้ายเตือนหรือป้ายประกาศเป็นเพียงองค์ประกอบย่อยในโรงงาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ป้ายเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งด้วยเหตุผล 4 ประการหลัก ดังต่อไปนี้:

2.1 ความจำเป็นทางด้านกฎหมายและบทลงโทษที่รุนแรง

การไม่ติดป้ายประกาศข้อความแสดงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง หรือการใช้ป้ายเก่าที่เนื้อหาไม่ตรงตามประกาศปี พ.ศ. 2569 ถือเป็นความผิดทางกฎหมายอย่างชัดเจน

อัตราโทษตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 (มาตรา 53): หากสถานประกอบกิจการใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 17 (เรื่องการติดป้ายและเครื่องหมายความปลอดภัย) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การลงทุนเปลี่ยนป้ายหลักร้อยหรือหลักพันบาท จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยปกป้องธุรกิจจากการถูกปรับเงินจำนวนมหาศาล และป้องกันไม่ให้ผู้บริหารต้องเสี่ยงรับโทษทางอาญา

2.2 เพื่อรองรับการตรวจประเมินจากพนักงานตรวจความปลอดภัย (Insector)

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป พนักงานตรวจแรงงานและตรวจความปลอดภัยจะเริ่มลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบกิจการอย่างเข้มงวด สิ่งแรกๆ ที่เจ้าหน้าที่จะขอดูก่อนเดินตรวจโรงงานก็คือ “บอร์ดประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัย” และ “จุดติดตั้งป้ายแสดงสิทธิและหน้าที่ฯ” หากองค์กรของคุณยังคงใช้ป้ายเวอร์ชันเก่า (พ.ศ. 2554) ก็จะถูกสั่งการให้แก้ไข หรืออาจถูกดำเนินคดีทันทีหากพบเจตนาละเลย

2.3 การลดอุบัติเหตุและความสูญเสียในสถานประกอบการ

ป้ายแสดงสิทธิและหน้าที่ฯ รวมถึงป้ายสัญลักษณ์เตือนอันตราย (Safety Signs) ทำหน้าที่เป็น “ผู้เตือนภัยเงียบ” ที่คอยสื่อสารกับพนักงานตลอด 24 ชั่วโมง การมีป้ายที่ชัดเจน สีสันถูกต้องตามมาตรฐาน (เช่น สีแดงสำหรับห้าม, สีเหลืองสำหรับระวังอันตราย, สีน้ำเงินสำหรับบังคับให้ปฏิบัติ และสีเขียวสำหรับความปลอดภัย) จะช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุในโรงงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กระบวนการผลิตไม่สะดุดและลดค่าใช้จ่ายในการชดเชยเยียวยา

2.4 การยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานสากล (ISO 45001)

สำหรับบริษัทหรือโรงงานที่กำลังขับเคลื่อนองค์กรสู่มาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือ ISO 45001 การปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น (Legal Compliance) ถือเป็นข้อกำหนดพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ การติดตั้งป้ายแสดงสิทธิฯ ฉบับใหม่และการใช้ป้ายเตือนที่อ้างอิงมาตรฐาน ISO/OSHA จะช่วยให้องค์กรผ่านการตรวจประเมินได้อย่างง่ายดายและน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้าต่างประเทศ

3. ลักษณะและรูปแบบของป้ายที่ถูกต้องตามกฎหมายใหม่

เพื่อให้ป้ายประกาศและป้ายสัญลักษณ์สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ป้ายเหล่านั้นจะต้องมีคุณลักษณะดังนี้:

ประเภทป้าย ข้อกำหนดตามกฎหมายและมาตรฐานสากล จุดที่ควรติดตั้ง
ป้ายข้อความแสดงสิทธิและหน้าที่ฯ เนื้อหาต้องอัปเดตตามท้ายประกาศปี 2569 ตัวอักษรต้องคมชัด อ่านง่าย ภาษาไทยชัดเจน (และควรมีภาษาเพื่อนบ้านหากมีแรงงานต่างด้าว) บอร์ดประชาสัมพันธ์หลัก, หน้าห้องฝ่าย HR, ทางเข้า-ออกหลักของพนักงาน, โรงอาหาร
ป้ายสัญลักษณ์เตือนอันตราย (Warning Signs) สามเหลี่ยมสีเหลือง ขอบดำ รูปสัญลักษณ์สีดำ อ้างอิงรหัสมาตรฐานสากล เช่น ISO 7010 บริเวณที่มีเครื่องจักร, จุดเสี่ยงไฟดูด, พื้นที่จัดเก็บสารเคมีอันตราย
ป้ายบังคับให้ปฏิบัติ (Mandatory Signs) วงกลมสีน้ำเงิน รูปสัญลักษณ์สีขาว (เช่น บังคับสวมหมวกนิรภัย, แว่นตาเซฟตี้) หน้าทางเข้าพื้นที่ไลน์ผลิต, จุดปฏิบัติงานเฉพาะทาง
ป้ายห้าม (Prohibition Signs) วงกลมมีเส้นคาดสีแดง รูปสัญลักษณ์สีดำบนพื้นขาว (เช่น ห้ามสูบบุหรี่, ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต) คลังสินค้า, พื้นที่ไวไฟ, เขตหวงห้าม

4. Checklist: 4 ขั้นตอนในการเตรียมความพร้อมสำหรับองค์กรของคุณ

หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ HR หรือ จป.วิชาชีพ นี่คือขั้นตอนในการเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานใหม่เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรของคุณทำถูกต้อง 100%:

ขั้นตอนที่ 1: เดินสำรวจพื้นที่ (Safety Walk)

ทำการสำรวจป้ายประกาศและป้ายเตือนทั้งหมดในปัจจุบัน จดบันทึกว่ามีป้ายข้อความแสดงสิทธิและหน้าที่ฯ เวอร์ชัน พ.ศ. 2554 ติดอยู่ตรงไหนบ้าง และมีป้ายเตือนอันตรายจุดใดที่ซีดจาง ชำรุด หรือไม่ได้มาตรฐานสากล

ขั้นตอนที่ 2: สั่งผลิตหรือจัดซื้อป้ายฉบับปรับปรุงใหม่ 2569

ติดต่อบริษัทผู้ผลิตป้ายที่ได้มาตรฐาน เพื่อสั่งทำป้าย “ข้อความแสดงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง พ.ศ. 2569” โดยระบุวัสดุที่ทนทาน เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ (เช่น แผ่นอะคริลิก แผ่นพลาสวูด หรืออะลูมิเนียมคอมโพสิต)

ขั้นตอนที่ 3: ดำเนินการติดตั้งในจุดที่มองเห็นเด่นชัด

กฎหมายกำหนดชัดเจนว่าต้องติดตั้งใน “บริเวณที่เปิดเผยและลูกจ้างสามารถเห็นและอ่านได้ง่าย” ห้ามนำไปติดในมุมอับ หรือจุดที่มีสิ่งของวางบดบังเด่นขาด

ขั้นตอนที่ 4: อบรมและสื่อสารกับพนักงาน

การติดป้ายเป็นเพียงก้าวแรก จป. และ HR ควรใช้โอกาสนี้ในการจัดอบรมสั้นๆ (Toolbox Talk) เพื่อชี้แจงให้พนักงานเข้าใจถึง “สิทธิใหม่” ในการลี้ภัยอันตราย และ “หน้าที่” ในการร่วมมือรักษาความปลอดภัยตามที่ระบุบนป้ายประกาศฉบับใหม่

สรุป: อย่ารอให้โดนปรับ! เปลี่ยนป้ายแสดงสิทธิฯ วันนี้ เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย

กฎหมายใหม่เรื่อง ป้ายแสดงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง พ.ศ. 2569 ไม่ใช่เรื่องที่สามารถ “รอดูก่อน” ได้ เพราะวันบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้บริษัทของคุณพ้นจากความเสี่ยงทางกฎหมายและค่าปรับราคาสูง แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจในสวัสดิภาพของพนักงาน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร

หากสถานประกอบกิจการของคุณกำลังมองหา ป้ายแสดงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง ฉบับปี 2569 หรือป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย (Safety Signs) มาตรฐานสากล

สามารถติดต่อสอบถามเวริเซฟได้เลย ขอแบบตัวอย่าง หรือประเมินราคาฟรีได้ที่ LINE ID : @verisafe หรือโทร 080-484-4888 ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้บริการคุณด้วยสินค้าคุณภาพสูงและจัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศ!