บทความด้านความปลอดภัย

ความสำคัญของเชือกโรยตัว วิธีใช้งานและบำรุงรักษา

ในโลกของการทำงานที่สูง ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงรักษาอาคารสูง, การติดตั้งป้ายโฆษณา, งานในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี, หรือแม้แต่การกู้ภัย การทำงานในที่สูง (Working at Height) ถือเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดอย่างหนึ่ง

ข้อมูลสถิติชี้ชัดว่า การตกจากที่สูง เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในงานก่อสร้างและงานอุตสาหกรรมทั่วโลก อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment – PPE) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงนี้ และในบรรดาอุปกรณ์เหล่านั้น “เชือกโรยตัว” (Life-Safety Rope) ก็คือเส้นใยแห่งความหวังที่เชื่อมชีวิตผู้ปฏิบัติงานไว้กับความปลอดภัย

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงความสำคัญ ประเภท วิธีการใช้งานที่ถูกต้อง และการดูแลรักษาเชือกโรยตัวตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่า “สูงแค่ไหนก็อุ่นใจ” ได้อย่างแท้จริง


ทำไม ‘เชือกโรยตัว’ จึงสำคัญกว่าแค่เชือกธรรมดา?

เชือกโรยตัวที่ใช้ในการทำงานบนที่สูงนั้น ไม่ใช่ เชือกที่หาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด แต่เป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบและผลิตภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด เช่น มาตรฐาน NFPA (National Fire Protection Association) หรือ EN (European Standard)

 3 คุณสมบัติเด่นของเชือกโรยตัว

  1. ความแข็งแรงสูง (High Tensile Strength): เชือกโรยตัวต้องสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่า 10 เท่าของน้ำหนักตัวผู้ใช้งาน และต้องมีค่าแรงดึงสูงสุด (Minimum Breaking Strength – MBS) ที่ระบุชัดเจน

  2. ทนทานต่อการเสียดสีและการบาด (Abrasion and Cut Resistance): ผิวภายนอกของเชือก (Sheath) ต้องมีความทนทานสูงต่อการเสียดสีกับขอบมุมของอาคาร หรือการบาดจากพื้นผิวที่คม

  3. การยืดตัวที่เหมาะสม (Elongation): ความสามารถในการยืดตัวของเชือกมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งจะกล่าวในหัวข้อถัดไป

ความแตกต่างของเชือกโรยตัวที่มีมาตรฐานกับเชือกทั่วไป

  • เชือกทั่วไป: มักทำจากวัสดุธรรมชาติ หรือพลาสติกเกรดต่ำ มีความยืดตัวสูงและไม่ทนทานต่อรังสียูวี หากนำไปใช้โรยตัว อาจขาดได้ทันทีเมื่อรับแรงกระตุกจากการตก

  • เชือกโรยตัว (มาตรฐาน): ผลิตจากใยสังเคราะห์คุณภาพสูง เช่น ไนลอน (Nylon) หรือโพลีเอสเตอร์ (Polyester) โครงสร้างถักทอแบบพิเศษทำให้มีความแข็งแรงและควบคุมการยืดตัวได้อย่างแม่นยำ


รู้จักประเภทของเชือกโรยตัวตามการใช้งาน

การเลือกใช้เชือกที่ผิดประเภทอาจนำมาซึ่งหายนะได้ เรามาดูกันว่าเชือกโรยตัวหลักๆ ที่ใช้ในงานความปลอดภัยมีอะไรบ้าง:

1. เชือกแรงคงที่ (Static Ropes / Low Elongation Ropes)

  • คุณสมบัติ: มีอัตราการยืดตัวต่ำ (มักไม่เกิน 5-10% ภายใต้แรงมาตรฐาน)

  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความมั่นคงสูงและการยุบตัวของเชือกน้อยที่สุด เช่น งานโรยตัวเพื่อเข้าทำงาน (Rope Access), งานกู้ภัยในแนวดิ่ง, และการลำเลียงสิ่งของ

  • ข้อดี: ให้ความรู้สึกมั่นคง, ควบคุมตำแหน่งได้แม่นยำ

2. เชือกแรงพลวัต (Dynamic Ropes / High Elongation Ropes)

  • คุณสมบัติ: มีอัตราการยืดตัวสูง (อาจยืดตัวได้ถึง 20-30%)

  • การใช้งาน: ออกแบบมาเพื่อดูดซับพลังงานจากการตก (Fall Arrest) ทำให้ลดแรงกระชากที่กระทำต่อร่างกายผู้ปฏิบัติงานอย่างรุนแรง เหมาะสำหรับ การปีนเขา หรือใช้เป็นสายช่วยชีวิตสำรอง (Safety Line)

  • ข้อเสีย: ไม่เหมาะสำหรับงานโรยตัวแบบเข้าทำงาน เพราะการยืดตัวสูงทำให้ควบคุมตำแหน่งได้ยาก

ข้อแนะนำ: สำหรับงาน Rope Access ทั่วไปในอาคาร ควรเลือกใช้ เชือกแรงคงที่ ที่มีมาตรฐานรองรับ


คู่มือการใช้งานเชือกโรยตัวอย่างถูกวิธี (Pre-Use Checklist)

การใช้งานเชือกโรยตัวมีขั้นตอนที่เข้มงวด ผู้ปฏิบัติงานจะต้องได้รับการฝึกอบรมเฉพาะทางและปฏิบัติงานตามระบบเชือกคู่ (Two-Rope System) เสมอ

1. การตรวจสอบก่อนใช้งาน (The “Look, Feel, Check” Method)

ก่อนการใช้งานทุกครั้ง ต้องตรวจสอบเชือกอย่างละเอียดตลอดทั้งเส้น:

  • มอง (Look): ตรวจสอบร่องรอยความเสียหายภายนอก เช่น การบาด, การฉีกขาด, รอยไหม้จากความร้อน, หรือคราบสารเคมี

  • สัมผัส (Feel): ใช้นิ้วมือบีบและรูดไปตามเชือก หากรู้สึกว่ามีจุดนุ่ม ยุบตัวผิดปกติ หรือมีแกนกลางขาด (Core Shot) ต้องหยุดใช้งานทันที

  • ตรวจสอบ (Check): ตรวจสอบป้ายระบุสเปค (Label) และบันทึกประวัติการใช้งาน (Logbook) ว่าเชือกยังไม่หมดอายุการใช้งานหรือเกินขีดจำกัดการรับแรงที่กำหนด

ตัวอย่างความผิดพลาด: นาย A ละเลยการตรวจสอบ และนำเชือกที่เคยสัมผัสกับกรดไปใช้ เชือกดูภายนอกปกติ แต่โครงสร้างภายในถูกทำลาย เมื่อนาย A เริ่มโรยตัว เชือกขาดลงทันทีที่รับน้ำหนัก แม้จะเป็นการตกที่ไม่รุนแรงก็ตาม

2. การผูกปมและจุดยึด (Anchorage and Knotting)

  • จุดยึด (Anchor Point): ต้องยึดเชือกกับจุดที่แข็งแรงมั่นคง เช่น เสาโครงสร้าง คานอาคาร หรือจุดยึดที่ออกแบบมาเฉพาะเจาะจง จุดยึดต้องสามารถรับน้ำหนักได้อย่างน้อย 15 กิโลนิวตัน (kN) หรือประมาณ 1,500 กิโลกรัม

  • ระบบเชือกคู่ (Redundancy): ต้องใช้เชือกอย่างน้อย 2 เส้นเสมอ:

    • เชือกทำงาน (Working Line): ใช้สำหรับโรยตัวและรับน้ำหนักหลัก

    • เชือกช่วยชีวิต (Safety Line): ใช้สำหรับป้องกันการตกสำรอง โดยต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์ล็อคอัตโนมัติ (Back-up Device)

  • ปมเชือก (Knots): ต้องใช้ปมที่ได้รับการรับรองสำหรับงานความปลอดภัยเท่านั้น เช่น Figure-8, Double Figure-8 on a Bight และต้องผูกให้กระชับและตรวจสอบปมสำรอง (Safety Knot) ทุกครั้ง

3. การป้องกันการเสียดสี (Edge Protection)

จุดที่เชือกพาดผ่านขอบคมของอาคารหรือพื้นผิวขรุขระ ต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการเสียดสี (Edge Protector) ทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เชือกขาดจากการบาดหรือความร้อนสะสมจากการเสียดสี


การบำรุงรักษาและการจัดเก็บ: ยืดอายุและรักษาคุณภาพ

เชือกโรยตัวมีราคาสูงและมีอายุการใช้งานจำกัด การดูแลรักษาอย่างถูกต้องจะช่วยยืดอายุและรักษาความปลอดภัยสูงสุดไว้ได้

1. การทำความสะอาด

  • เมื่อไหร่: ควรทำความสะอาดเมื่อเชือกสกปรกด้วยโคลน, ฝุ่น, น้ำมัน หรือสารเคมี

  • วิธีการ: ใช้น้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้อง หรือน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะสำหรับเชือก (Rope Cleaner) ห้าม ใช้น้ำยาซักผ้าขาว, สารกัดกร่อน, หรือน้ำร้อนเด็ดขาด เพราะจะทำให้ใยสังเคราะห์เสื่อมสภาพ

  • การตาก: ตากในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท ห้าม ตากแดดจัด หรือตากใกล้แหล่งความร้อน

 

2. การจัดเก็บและการบันทึกประวัติ

  • สถานที่: จัดเก็บในที่แห้ง, เย็น, และมืด หลีกเลี่ยง แสงแดดโดยตรง, ความร้อน, ความชื้น, และไอระเหยของสารเคมี

  • การจัดเก็บ: ม้วนเชือกอย่างเป็นระเบียบ และใส่ในถุง/กระเป๋าเฉพาะสำหรับเชือก ห้าม เหยียบ, ลาก, หรือจัดเก็บร่วมกับเครื่องมือที่มีคม

  • บันทึกประวัติ (Logbook): ต้องมีการบันทึกประวัติการใช้งานอย่างละเอียดทุกครั้ง:

    • วัน/เดือน/ปี ที่ใช้งาน

    • สถานที่และลักษณะงาน

    • ร่องรอยความเสียหายที่พบ

    • การทำความสะอาด

    • การตก (หากเคยรับแรงตก ต้องปลดระวางทันที)

3. การปลดระวาง (Retirement Criteria)

เชือกโรยตัวมีอายุการใช้งานจำกัด ขึ้นอยู่กับวัสดุและผู้ผลิต โดยทั่วไปอายุการใช้งานสูงสุดมักจะอยู่ที่ 5-10 ปี นับจากวันที่ผลิต แม้ว่าจะไม่เคยใช้งานเลยก็ตาม

เชือกต้องถูกปลดระวางทันที หากพบ:

  1. เคยรับแรงกระชากจากการตกอย่างรุนแรง

  2. มีร่องรอยของแกนกลาง (Core) ขาด หรือยุบตัวผิดปกติ

  3. มีรอยไหม้, รอยละลาย, หรือสัมผัสสารเคมีที่รุนแรง

  4. เกินกำหนดอายุการใช้งานตามที่ผู้ผลิตระบุ


สรุป: การลงทุนเพื่อชีวิต

เชือกโรยตัวเป็นมากกว่าอุปกรณ์ แต่คือเส้นชีวิตของผู้ปฏิบัติงาน การลงทุนในเชือกที่ได้มาตรฐาน การฝึกอบรมที่เข้มข้น และการบำรุงรักษาที่สม่ำเสมอ เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูงเริ่มต้นจากการตระหนักถึงความเสี่ยง และลงท้ายด้วยการยึดมั่นในวินัยของการใช้งานและการตรวจสอบอุปกรณ์ เมื่อเราเข้าใจและปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด ไม่ว่างานจะสูงชันแค่ไหน เราก็จะสามารถทำงานได้อย่าง อุ่นใจ ในทุกก้าวที่โรยตัวลงมา


คำแนะนำเพิ่มเติม: ควรมีการจัดการฝึกอบรมการใช้เชือกโรยตัวและอุปกรณ์กู้ภัยอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้และทักษะที่พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน