ไฟไหม้หน้าหนาว ภัยเงียบอันตราย

        ฤดูหนาวเป็นช่วงที่สภาพอากาศแห้ง และมีลมพัดแรง ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเพลิงไหม้ที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว และยากต่อการควบคุมเพลิง โดยเฉพาะหากเกิดกับตึกแถวหรือบ้านไม้ จะสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการการเกิดเพลิงไหม้ในช่วงฤดูหนาว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงขอแนะข้อควรปฏิบัติดังนี้

         จัดระเบียบบ้านให้ปลอดภัยจากเพลิงไหม้ จัดวางสิ่งของภายในบ้านเรือนเป็นระบียบ ไม่กีดขวางประตู หน้าต่าง บันได ทางเดิน จัดให้มีเส้นทางอพยพหนีไฟ ทางเข้า-ออกบ้านหลายเส้นทาง หากเกิดเพลิงไหม้จะได้ใช้เป็นเส้นทางอพยพหนีไฟได้อย่างรวดเร็ว ติดตั้งเหล็กดัดประตู หน้าต่างแบบที่สามารถเปิด-ปิดได้อย่างน้อยห้องละ 1 บาน รวมถึงจัดเก็บกุญแจประตูบ้าน ประตูเหล็กดัดในจุดที่หยิบใช้งานได้สะดวก หากเกิดเพลิงไหม้จะได้หนีไฟได้ทันท่วงที

          กำจัดวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง เช่น กระดาษ หนังสือพิมพ์ ไม้ขีดไฟ เศษไม้ เป็นต้น เพราะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว แยกเก็บสารเคมีที่ติดไฟง่ายในบริเวณที่แห้ง อากาศถ่ายเทสะดวก ห่างจากแหล่งความร้อนที่เป็นตัวเร่งให้เกิดเพลิงไหม้ เลือกใช้กระถางธูป เชิงเทียน และที่เขี่ยบุหรี่ประเภทที่เป็นภาชนะทนไฟ เพื่อป้องกันไฟลุกลาม

          ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่ในบริเวณแสงแดดส่องถึง ฝนสาด และใกล้แหล่งความร้อน พร้อมทั้งหมั่นสังเกตความผิดปกติของอุปกรณ์ไฟฟ้า หากสายไฟฉีกขาด บุบ บวม สีเปลี่ยน มีกลิ่นเหม็นไหม้ ให้ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที ไม่เสียบปลั๊กไฟหลายอันกับเต้าเสียบเดียวกัน หรือเสียบปลั๊กไฟค้างไว้เป็นเวลานานหากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้

          ติดตั้งระบบป้องกันเพลิงไหม้ โดยติดตั้งเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ ต่อสายดินอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อป้องกันเพลิงไหม้จากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร จัดวางถังดับเพลิงในจุดที่หยิบใช้งานได้สะดวก รวมถึงติดตั้งเครื่องตรวจจับควันไฟและกริ่งสัญญาณเตือนไฟไหม้ในบริเวณที่เสี่ยงเพลิงไหม้ เช่น ห้องครัว ห้องพระ เป็นต้น

                นอกจากนี้ ควรระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับไฟทุกประเภท ก่อนออกจากบ้านดับธูปเทียนให้สนิท ถอดปลั๊กไฟ ปิดสวิตซ์ไฟและวาล์วถังก๊าซให้สนิททุกครั้ง รวมถึงงดเว้นเผาตอซางข้าว หญ้าแห้ง หรือขยะในช่วงที่ลมพัดแรง เพราะหากสะเก็ดไฟกระเด็นไปติดวัสดุอื่น อาจทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว และยากต่อการควบคุม

                การเตรียมความพร้อมในการป้องกันเพลิงไหม้อย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยจัดระเบียบบ้านให้ปลอดภัยจากเพลิงไหม้ กำจัดวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ติดตั้งระบบป้องกันเพลิงไหม้ รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับไฟทุกประเภท จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ในช่วงฤดูหนาวที่มีสภาพอากาศแห้ง

 

 

ชัดเจน! ทำไมต้องใช้อุปกรณ์ดูดซับสารเคมี

 

 อุปกรณ์ดูดซับสารเคมีคืออะไร
       - อุปกรณ์สำหรับดูดซับสารเคมี คืออุปกรณ์ที่ใช้เมื่อเกิดอุบัติเหตุการหกหรือรั่วไหลของสารเคมีที่มีลักษณะเป็นของเหลว หรือใช้เพื่อเพิ่มความสะอาด ในพื้นที่ๆมีการเปรอะเปื้อนของน้ำ น้ำมัน หรือสารเคมีเป็นประจำ ช่วยลดและป้องกันอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี

ทำไมต้องใช้อุปกรณ์ดูดซับสารเคมี
        - ในโรงงานอุตสาหกรรม ห้องแล็ป หรือหน้างานที่มีการใช้สารเคมีในการปฏิบัติงาน จำเป็นต้องการมาตรการในการควบคุมการรั่วไหลของสารเคมี ซึ่งจะมีการป้องกันในขั้นแรกคือป้องกันการหกล้นรั่วไหล เช่นถาดหรือพาเลทรองรับ แต่หากเกิดเหตุสุดวิสัย สารเคมีหกเปรอะเปื้อน เราไม่สามารถทำความสะอาดแบบทั่วไปได้ เพราะจะทำให้สารเคมีรั่วไหลปะปนไปกับแหล่งน้ำ จึงต้องใช้อุปกรณ์ดูดซับ เพิ้อดูดซับสารเคมีเหล่านั้น และนำอุปกรณ์ดูดซับที่ใช้แล้วไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป

 อุปกรณ์ดูดซับสารเคมีมีกี่รูปแบบ
    - อุปกรณ์ดูดซับมีทั้งแบบ ท่อน (Sock) แผ่น (Mat) และแบบผง (Clay Dust) ซึ่งแต่ละแบบก็จะเหมาะสมกับหน้างานคนละแบบ แต่จุดประสงค์เดียวกันคือยับยั้งและดูดซับสารเคมี

อุปกรณ์ดูดซับสารเคมีของ NEWPIG สามารถแบ่งประเภทของสีตามการใช้งานได้ดังนี้

  1. สีเทา สำหรับใช้ดูดซับน้ำมัน สารละลายต่างๆและน้ำ เหมาะสำหรับดูดซับน้ำมันทั่วไป และสารเคมีของเหลวหลายประเภท

     

  2. สีขาว สำหรับดูดซับเฉพาะน้ำมัน ไม่ดูดซับน้ำ 

  3. สีชมพู สำหรับดูดซับสารเคมีประเภทกรดด่าง และของเหลวไม่ทราบประเภท เหมาะสำหรับสารเคมีอันตราย กรดและด่างต่างๆ

    เราสามารถเลือกใช้วัสดุดูดซับที่เหมาะสมกับหน้างานเราได้เพื่อความสะอาดและลดอุบัติเหตุ รวมถีงการรั่วไหลของสารเคมีสู่แหล่งน้ำธรรมชาติด้วยครับ

 

 

 

 

 

     

 





 

 

 

พืนถนนยุบที่ฟุโกโอกะ ญี่ปุ่น หลังผ่านไป 7 วัน

นี่คือภาพช่วงเกิดเหตุการณ์พื้นถนนยุบเป็นหลุม
กว้างดูน่ากลัวมากๆที่ประเทศญี่ปุ่น จังหวังฟูโกโอกะ แต่ผ่านไปแค่ 7 วัน !
ไม่น่าเชื่อว่าจะฟื้นฟูเป็นปกติได้ภายในเวลาอันสั้นขนาดนี้
ต้องปรบมือให้กับความสามารถของวิศวกรและช่างก่อสร้างของญี่ปุ่นเลยครับ


 อยากให้ประเทศไทยพัฒนาไวๆแบบนี้บ้าง สร้างถนนกันทีติดข้ามปีเลยทีเดียวสำหรับบ้านเรา

 

ขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรให้ไม่เดี้ยง




ขับรถขณะน้ำท่วมควรทำอย่างไรให้ไม่เดี้ยง


     
1.ห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด เพราะเมื่อเราเปิดแอร์ พัดลมจะทำงาน ทำให้ใบพัดพัดน้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง แล้วทำให้เครื่องดับ
     
2.ใช้เกียร์ต่ำ สำหรับเกียร์ธรรมดา เราควรใช้ประมาณเกียร์ 2 แต่หากว่าเป็นเกียร์ออโต้ สามารถใช้เกียร์ L ได้ รวมถึงการขับขี่ที่มีความเร็วต่ำสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และควรใช้ความเร็วอย่างสม่ำเสมอ อย่าหยุด หรืออย่าเร่งความเร็วขึ้น
    
 3.ไม่ควรเร่งเครื่องให้รอบสูงเกินไป ผู้ขับรถหลายคนมักเร่งเครื่องแรงๆเพราะกลัวเครื่องดับ เนื่องจากน้ำเข้าท่อไอเสีย ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะการเร่งเครื่องขึ้น ยิ่งจะทำให้รถมีความร้อนสูงยิ่งขึ้น ใบพัดระบายความร้อนก็จะทำงาน  และยิ่งทำให้น้ำเข้าเครื่องยนต์มากยิ่งขึ้น การสตาร์ตรถอยู่โดยที่รอบเดินเบา แม้ว่าจะแช่อยู่ในน้ำ (แต่ระดับน้ำต้องไม่สูงมากขนาดระดับกะโปรงรถ) แรงดันที่ออกมาเพียงพอที่จะดันน้ำออกมาได้


4.ลดความเร็ว โดยเฉพาะในกรณีที่เมื่อกำลังจะขับรถสวนกับรถอีกคันหนึ่ง เพราะยิ่งขับเร็วมากเท่าไหร่ แรงคลื่นที่เกิดจากการปะทะก็จะแรงมากเท่านั้น และกระเด็นเข้าสู่เครื่องยนต์ได้ง่ายขึ้น


5.เบรกเพื่อไล่น้ำ หลังจากลุยน้ำที่มีระดับลึกมา สิ่งแรกที่ควรทำคือ พยายามย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำ เพราะในช่วงแรกๆจะเบรกไม่อยู่และเป็นอันตรายมาก

Survivor Guide! วิธีเอาตัวรอดจากเรือล่ม

 

      จากเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่ม ที่จังหวัดอยุธยา หลายคนสงสัยว่าทำไมเรือล่มใกล้ฝั่ง คนถึงเสียชีวิตมากมาย ถ้าได้ดูคลิปจะพบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตด้วยครับ

เพื่อป้องกันไม่ประวัติศาสตร์ซ้ำรอบ เราจึงต้องมีสติและรู้วิธีเอาตัวรอดในสถาณการณ์ดังกล่าว วันนี้เวริเซฟเอาไกด์ฉบับ Survivor มาเสนอครับ


เตรียมการก่อนเรือล่ม

1.เมื่อรอการขึ้นเรือบนโป๊ะ ควรสังเกตุจำนวนคนบนโป๊ะ ว่ามีจำนวนเกินกว่าที่รับได้ไว้หรือยัง ไม่ควรเบียดลงไปบนโป๊ะเพื่อรีบขึ้นเรือ เพราะเคยมีเหตุการณ์โป๊ะล่มมาแล้ว
2.เมื่อเรือมาเทียบท่า รอให้เรือจอดสนิทก่อนขึ้นเรือ ไม่ต้องรีบกระโดดขึ้น อาจพลาด
ตกเรือได้
3.เมื่อขึ้นเรือแล้วให้หาที่นั่งตามที่จัดไว้ทันที ไม่ยืนหรือเดินไปมาบนเรือ และห้ามไปนั่งในพื้นที่ๆไม่ได้จัดไว้เช่นหัวเรือ ท้ายเรือหรือบนหลังคา
4.ขณะโดยสารให้นั่งจับราวไว้ให้ดี มองหาตำแหน่งอุปกรณ์ช่วยเหลือความปลอดภัยเช่น ห่วงยาง เสื้อชูชีพ
5.ควรฝึกการว่ายน้ำเอาไว้ให้พอเอาตัวรอดได้

เมื่อเกิดเรือล่ม
1.ตั้งสติให้ดี เพราะมันจะเกิดขึ้นเร็วมาก
2.หากไม่ได้สวมชูชีพไว้ ให้รีบหยิบเสื้อชูชีพหรือห่วงยาง (เสื้อชูชีพกอดไว้เฉยๆก็ได้หากใส่ไม่ทัน)
3.กระโดดออกจากเรือ ให้ไกลจากตัวเรือที่สุด อย่าโดดด้านหลังเรือเพราะอาจโดนใบพัด
4.หากกระแสน้ำเชี่ยว การว่ายเข้าหาฝั่งอาจเป็นเรื่องยากและทำให้คุณหมดแรงไปซะก่อน ให้ประคองตัวเก็บพลังงานไว้ ลอยไปถึงช่วงที่กระแสน้ำไม่รุนแรง ค่อยไปหาฝั่ง



เซฟตี้วิดิโอ

image-youtube